การเลือกตั้งประธานาธิบดีมาเลเซีย
กัวลาลัมเปอร์ 6 พ.ค. – พรรครัฐบาลผสมมาเลเซียสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากครองอำนาจมานานถึง 56 ปี แต่นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการใช้กลโกงและไม่ยอมรับความพ่ายแพ้
รัฐบาลผสมแนวร่วมแห่งชาติภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค
คว้าที่นั่งมาทั้งหมด 133 ที่นั่ง ยังคงครองเสียงข้างมากในรัฐสภา 222
ที่นั่ง
นับเป็นชัยชนะติดต่อกันเป็นครั้งที่ 13 ของพรรครัฐบาลบผสมนับแต่มาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี
2500 นายนาจิบ วัย 59 ปีกล่าวต่อบรรดาผู้สนับสนุนในกรุงกัวลาลัมเปอร์ว่า
ชัยชนะครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของประชาชน
และเรียกร้องให้ชาวมาเลเซียทุกคนยอมรับชัยชนะของรัฐบาลผสม
เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่ามาเลเซียเป็นประเทศประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์
ส่วนพรรคฝ่ายค้านภายใต้การนำของนายอันวาร์
อิบราฮิม คว้ามาได้ 89 ที่นั่ง
เพิ่มขึ้น 14 ที่นั่ง
คณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า
ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากเป็นประวัติการณ์ถึงร้อยละ 80 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 13 ล้านคน หรือกว่า 10 ล้านคน
พรรครัฐบาลมาเลเซียได้รับชัยชนะด้วยที่นั่งในสภาที่ลดลงต่ำสุดนับแต่ปกครองประเทศ
กัวลาลัมเปอร์
6 พ.ค. – พรรครัฐบาลผสมได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปในมาเลเซียเมื่อวานนี้
ได้ปกครองประเทศต่ออีกสมัยหนึ่ง
แม้ว่าจะได้ที่นั่งในสภาต่ำที่สุดเท่าที่เคยปกครองมาเลเซียมากว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาก็ตาม
ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อ นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค
และความเหลื่อมล้ำทางด้านเชื้อชาติในมาเลเซียรุนแรงยิ่งขึ้น
โดยชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนให้การสนับสนุนรัฐบาลน้อยลง
ผลการเลือกตั้งเมื่อวานนี้
พรรคร่วมรัฐบาลได้ที่นั่งในรัฐสภา 133 ที่นั่ง จากทั้งหมด 222
ที่นั่ง
ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้าน อันวาร์ อิบราฮิม กล่าวหาว่ามีการโกงการเลือกตั้ง
ผู้นำวัย
59 ปี
ของมาเลเซียอาจจะได้รับแรงกดดันจากผู้ที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมในพรรคอัมโนของเขา
ที่ไม่สามารถนำพาพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้ที่นั่งในสภาด้วยเสียงข้างมากที่เพิ่มขึ้นได้
ทั้ง ๆ ที่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศมีความแข็งแกร่ง
พร้อมด้วยการจัดสรรงบประมาณทางด้านสังคมเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่มากถึง 2,600
ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 77,324 ล้านบาท)
การเลือกตั้งประธานาธิบดีประเทศมาเลเซีย
การเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียในวันที่ 5 พฤษภาคม นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผลการเลือกตั้งไม่อาจคาดเดาได้ล่วงหน้า
เพราะการต่อสู้ระหว่างพรรคแนวร่วมแห่งชาติซึ่งนำโดยพรรคอัมโนของนายนาจิบ ราซัก
ซึ่งปกครองประเทศนับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษ กับพรรคภาคีประชาชน
แนวร่วมฝ่ายค้านซึ่งนำโดยนายอันวาร์ อิบราฮิม
ขับเคี่ยวกันอย่างสูสีขนาดที่แม้แต่ผลโพลที่เพิ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ก็ยังไม่อาจบ่งชี้ได้ว่าใครจะชนะเลือกตั้ง
เพราะคะแนนนิยมที่ทั้งสองฝ่ายได้ใกล้เคียงกัน
ทำให้คะแนนเสียงของประชาชนกลุ่มที่ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจจะกลายเป็นตัวชี้ขาด
ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในมาเลเซียครั้งนี้มีมากถึง 13.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน 22% โดยผู้มีสิทธิออกเสียงที่มีอายุ
21-29 ปี เพิ่มขึ้นถึง 19%
ทั้งนายนาจิบและนายอันวาร์ต่างตระเวนเดินสายหาเสียงโค้งสุดท้ายในพื้นที่บ้านเกิด โดยนายนาจิบได้ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายด้วยการออกมาเตือนว่าหากนายอันวาร์ได้รับชัยชนะจะทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายในประเทศ พร้อมขออำนาจเด็ดขาดในการบริหารประเทศจากประชาชน ด้านนายอันวาร์ซึ่งดูเหมือนจะได้รับความสนใจและการต้อนรับอย่างล้นหลามในทุกที่ที่ไปหาเสียงประกาศว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือการต่อสู้กับผู้ปกครองที่กดขี่และทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมเตือนว่ารัฐบาลอาจหาทางขโมยชัยชนะไปจากประชาชน
เบอซีห์ แนวร่วมเพื่อการเลือกตั้งที่สะอาดและเป็นธรรมของมาเลเซีย ออกแถลงการณ์สอดรับกับข้อสังเกตของนายอันวาร์โดยระบุว่า กำลังมีความพยายามที่จะขโมยชัยชนะในการเลือกตั้งซึ่งสูสีที่สุดในประวัติศาสตร์มาเลเซียครั้งนี้ โดยเบอซีห์สามารถจับภาพการซื้อเสียงและได้รับข้อมูลร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ว่าเจ้าหน้าที่รัฐแสดงบทบาทที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นกลาง ทำให้แนวร่วมฝ่ายค้านขู่ว่าจะจัดประท้วงขึ้นทั่วประเทศ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็กล่าวหาฝ่ายค้านว่าพยายามทำให้คนเคลือบแคลงการเลือกตั้งเพื่อเป็นข้ออ้างที่สร้างความชอบธรรมให้ตนเองหากแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้
รัฐบาลยังปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าขนคนไปลงคะแนนด้วยการเช่าเหมาลำเครื่องบินไปยังเมืองต่างๆ แม้ฝ่ายค้านจะอ้างว่ามีอีเมล์ที่ชี้ว่าสำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซียส่งหนังสือประสานงานขอเช่าเครื่องเหมาลำเหล่านั้น
วันเดียวกัน ซีพีเจ คณะกรรมการคุ้มครองสื่อออกแถลงการณ์ระบุว่า สื่อออนไลน์หลายสำนักในมาเลเซียซึ่งเป็นสื่อเสรีที่เป็นช่องทางเดียวที่เสนอข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่เป็นกลางกำลังตกเป็นเป้าถูกโจมตีโดยรัฐบาลเพื่อหวังจะปิดกั้นการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ทั้งนี้ เว็บไซต์ข่าวเสรีอย่างมาเลเซียกีนี, ฮารัค อาห์เดลี, มาเลเซีย อินไซด์เดอร์, เรดิโอฟรีซาราวัก และซาราวัก รีพอร์ต ถูกโจมตีด้วย
รูปแบบที่หลากหลายในช่วงที่ผ่านมา เพื่อทำให้เว็บไซต์ข่าวเสรีเหล่านี้ไม่สามารถใช้การได้และทำให้ประชาชนไม่อาจเข้าถึงข้อมูลที่เป็นกลางระหว่างการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่รัฐบาลปฏิเสธโดยสิ้นเชิง
ทั้งนายนาจิบและนายอันวาร์ต่างตระเวนเดินสายหาเสียงโค้งสุดท้ายในพื้นที่บ้านเกิด โดยนายนาจิบได้ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายด้วยการออกมาเตือนว่าหากนายอันวาร์ได้รับชัยชนะจะทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายในประเทศ พร้อมขออำนาจเด็ดขาดในการบริหารประเทศจากประชาชน ด้านนายอันวาร์ซึ่งดูเหมือนจะได้รับความสนใจและการต้อนรับอย่างล้นหลามในทุกที่ที่ไปหาเสียงประกาศว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือการต่อสู้กับผู้ปกครองที่กดขี่และทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมเตือนว่ารัฐบาลอาจหาทางขโมยชัยชนะไปจากประชาชน
เบอซีห์ แนวร่วมเพื่อการเลือกตั้งที่สะอาดและเป็นธรรมของมาเลเซีย ออกแถลงการณ์สอดรับกับข้อสังเกตของนายอันวาร์โดยระบุว่า กำลังมีความพยายามที่จะขโมยชัยชนะในการเลือกตั้งซึ่งสูสีที่สุดในประวัติศาสตร์มาเลเซียครั้งนี้ โดยเบอซีห์สามารถจับภาพการซื้อเสียงและได้รับข้อมูลร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ว่าเจ้าหน้าที่รัฐแสดงบทบาทที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นกลาง ทำให้แนวร่วมฝ่ายค้านขู่ว่าจะจัดประท้วงขึ้นทั่วประเทศ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็กล่าวหาฝ่ายค้านว่าพยายามทำให้คนเคลือบแคลงการเลือกตั้งเพื่อเป็นข้ออ้างที่สร้างความชอบธรรมให้ตนเองหากแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้
รัฐบาลยังปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าขนคนไปลงคะแนนด้วยการเช่าเหมาลำเครื่องบินไปยังเมืองต่างๆ แม้ฝ่ายค้านจะอ้างว่ามีอีเมล์ที่ชี้ว่าสำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซียส่งหนังสือประสานงานขอเช่าเครื่องเหมาลำเหล่านั้น
วันเดียวกัน ซีพีเจ คณะกรรมการคุ้มครองสื่อออกแถลงการณ์ระบุว่า สื่อออนไลน์หลายสำนักในมาเลเซียซึ่งเป็นสื่อเสรีที่เป็นช่องทางเดียวที่เสนอข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่เป็นกลางกำลังตกเป็นเป้าถูกโจมตีโดยรัฐบาลเพื่อหวังจะปิดกั้นการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ทั้งนี้ เว็บไซต์ข่าวเสรีอย่างมาเลเซียกีนี, ฮารัค อาห์เดลี, มาเลเซีย อินไซด์เดอร์, เรดิโอฟรีซาราวัก และซาราวัก รีพอร์ต ถูกโจมตีด้วย
รูปแบบที่หลากหลายในช่วงที่ผ่านมา เพื่อทำให้เว็บไซต์ข่าวเสรีเหล่านี้ไม่สามารถใช้การได้และทำให้ประชาชนไม่อาจเข้าถึงข้อมูลที่เป็นกลางระหว่างการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่รัฐบาลปฏิเสธโดยสิ้นเชิง
สรุปสถานการณ์
ขณะนี้คณะกรรมการเลือกตั้งมาเลเซียอยู่ระหว่างการนับคะแนน ประชาชนมาเลเซียเฝ้าติดตามนับคะแนนอย่างใกล้ชิด โดยเพราะสมาชิกแนวร่วมฝ่ายค้านหลายคนที่เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจส่งผลเปลี่ยนใหญ่หลวงต่อการเมืองมาเลเซียหลังจากที่พรรคอัมโนแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลครองอำนาจบริหารประเทศมาอย่างยาวนานถึง 56 ปี
ความสนใจของนักวิเคราะห์หลายคนอยู่ที่การคาดการณ์ผลการเลือกตั้งที่ออกมาในหลายแนว
ส่วนใหญ่เห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะได้จัดตั้งรัฐบาลต่ออีกสมัย
แต่จะได้เสียงข้างมากในสภาสองในสามตามเป้าหมายยังเป็นที่สงสัย
กระแสข่าวการจับทุจริตโกงการเลือกตั้งเริ่มมีมากขึ้น มีกระแสข่าวจากฝ่ายค้านให้ระวังถูกปล้นชัยชนะการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนว่าแนวร่วมฝ่ายค้านตั้งใจจับผิดเรื่องนี้ ผู้เชี่ยวชาญบางคนให้ความเห็นว่าถ้ามีหลักฐานโกงการเลือกตั้งที่ชัดเจน
ประชาชนจะออกมาเคลื่อนไหวทันที
นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าการเลือกตั้งในปีนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่สูสีที่สุดนับจากที่ประเทศมาเลเซียได้เอกราช บางคนเห็นว่าหากพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง
หรือไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะขาด ตลาดทุนตลาดเงินมาเลเซียจะเกิดการเทขายทันที
คืบหน้าล่าสุด
(6 พ.ค.) นายกรัฐมนตรีนาจิบ
ราซะห์ประกาศว่าผลการนับคะแนนล่าสุดพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นได้แล้ว 112 ที่นั่ง ส่วนแนวร่วมฝ่ายค้านได้ 58 ที่นั่ง เหลืออีก 52 ที่นั่งที่ยังอยู่ระหว่างการนับคะแนนซึ่งจะประกาศผลได้ในเช้าวันที่ 6 พ.ค.
(BarisanNasional secures simple majority, New
Straits Times)
10.45 (5
พ.ค. 9.45 เวลาไทย) คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศผลว่าพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นชนะ 32 ใน 43
ที่นั่งแล้ว (จากทั้งหมด 222 ที่นั่ง)
วิเคราะห์
จนถึงขณะที่กำลังเขียนบทวิเคราะห์นี้
ข้อมูลข่าวสารที่หลายแหล่งทั้งสื่อกระแสหลัก สื่อโซเชียลมีเดียกำลังรายงานคืบหน้านับคะแนนอย่างต่อเนื่อง
แม้ไม่ชัดเจนว่าพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นจะได้เสียงข้างมากเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลต่ออีกสมัยหรือแนวร่วมฝ่ายค้านของนายอันวาร์
อิบราฮิมจะได้พลิกโฉมประวัติศาสตร์ ณ ขณะนี้ค่อนข้างแน่แล้วว่าพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นจะไม่ได้เสียงข้างมากสองในสามเหมือนอดีต เท่ากับพลาดเป้าหมายที่นายกรัฐมนตรีนาจิบ
ราซะก์ต้องการอย่างเดียวคือพรรคร่วมรัฐบาลต้องกลับมาได้ที่นั่งสองในสามในสภาอีกครั้ง
สรุป ฉากทัศน์ (scenario)
1. แนวร่วมฝ่ายค้านได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล ส่วนอดีตพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นกลายเป็นฝ่ายค้าน
2. พรรคร่วมรัฐบาลได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง
แต่ไม่ถึงสองในสามตามเป้าสามารถจัดตั้งรัฐบาลต่ออีกสมัย
3. แนวร่วมฝ่ายค้านไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ในฉากทัศน์แรก โฉมหน้าการเมืองมาเลเซียเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง จาก
พรรคอัมโนที่เป็นแกนนำสำคัญในพรรคร่วมรัฐบาลจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศตลอด 56 ปี
เปลี่ยนมาเป็นแนวร่วมฝ่ายค้านของนายอัลวาร์เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายขนานใหญ่ สำหรับประชาชนที่เลือกแนวร่วมฝ่ายค้านจะยินดีปรีดา
แต่ระบบกลไกรัฐจะสั่นสะเทือน ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ตลาดเงินตลาดทุนบางคนเห็นว่าตลาดจะเกิดการเทขาย
เสถียรภาพสังคมอาจเกิดการสั่นคลอนอยู่พักหนึ่ง
ในฉากทัศน์ที่ 2 แม้พรรคร่วมรัฐบาลของนายกฯ นาจิบจะได้จัดตั้งรัฐบาลต่ออีกสมัย
โดยได้ที่นั่งในสภาไม่ถึงสองในสามตามเป้า เท่ากับว่าไม่บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ คำถามคือ นายกฯ
จิบต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกฯ หรือไม่ ตามอย่างที่อดีตอดีตนายกฯ
อับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี ต้องลาออกหลังพรรคฯ เสียนั่งจำนวนมากแก่ฝ่ายค้าน
ทำให้นายนาจิบได้ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน และเป็นการตอกย้ำว่าบริบทการเมืองมาเลเซียเปลี่ยนแปลงแล้ว
ต่อไปนี้จะไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคะแนนข้างมากเด็ดขาดในสภาเหมือนอดีตอีกต่อไป
การต่อสู้ทางการเมืองจะดุเดือดสูสีอยู่ตลอดเวลา
ส่วนฉากทัศน์ที่ 3 มีโอกาสเป็นไปได้น้อย แม้ว่าแกนนำฝ่ายค้านหลายคนจะออกมาปลุกกระแสดังกล่าว
แต่ทั้งหมดต้องมีหลักฐาน
และหากมีหลักฐานที่ชัดเจนสามารถส่งให้คณะกรรมการลือกตั้งเพื่อดำเนินการต่อตามกฎหมายได้อยู่แล้ว
นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่านายอันวาร์
อิบราฮิมปัจจุบันมีอายุ 65 ปีแล้ว
หากต้องรอเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าซึ่งอาจจะต้องรออีก 5 ปี เมือนั้นเขาจะมีอายุ 70
ปี
ในประวัติศาสตร์ประเทศมาเลเซียไม่เคยมีผู้ใดขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยวัยขนาดนั้น
การเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากต้องดู “ผลการเลือกตั้ง” ยังต้องดู “ผลกระทบ” หลังการเลือกตั้งด้วย
และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุวุ่นวายหลังประกาศ “ผลการเลือกตั้ง”
นักวิเคราะห์สิงคโปร์ระบุแม้มาเลเซียชนะเลือกตั้ง แต่หากไม่พยายามเป็น 2 เท่า ความปราชัยก็อยู่แค่เอื้อม
สิงคโปร์ 6 พ.ค.-นักวิเคราะห์แห่งสถาบันนานาชาติราชารัตนัมในสิงคโปร์ ระบุแม้รัฐบาลมาเลเซียจะชนะเลือกตั้ง แต่หากไม่พยายามเป็นสองเท่า ความปราชัยก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม
นายโอ เอ ซุน
นักวิเคราะห์การเมืองแห่งสถาบันราชารัตนัม กล่าวว่า
ผลการเลือกตั้งปรากฏสัญญาณชัดเจนว่าความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อพรรคแนวร่วมแห่งชาติบาริซันลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้น นายนาจิบ ราซัค ผู้นำพรรค จะต้องเพิ่มความพยายามเป็น 2 เท่าในการกอบกู้ความมั่นใจของประชาชนกลับคืนมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคเอ็มซีเอ
ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายจีน
ก็ประสบความล้มเหลวในการเลือกตั้งครั้งนี้ เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว
โดยได้รับเลือกเพียง 5 ที่นั่งเท่านั้น
จากเดิม 15 ที่นั่ง ทำให้รัฐบาลผสมแนวร่วมแห่งชาติสมาชิกที่มีเชื้อสายจีนน้อยลงไปกว่าเดิมอีก
อย่างไรก็ตาม นายไครี
จามาลุดดิน สมาชิกรัฐสภา และหัวหน้ากลุ่มเยาวชนอัมโน กล่าวว่า ความสามัคคีของทุกเชื้อชาติในมาเลเซียเป็นสิ่งสำคัญ
ดังนั้น จึงไม่ควรมองผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วยการเน้นไปที่เชื้อชาติและเผ่าพันธุ์




